วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การเรียนครั้งที่  8
      
วันพฤหัสบดี  ที่ 26 ธันวาคม  พ.ศ. 2556




**ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากมีการแข่งขันกีฬาบุคลากรภายใน 
มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ประจำปี 2556และเริ่มหยุดวันปีใหม่**
การเรียนครั้งที่ 7  
   
วันพฤหัสบดี  ที่ 19 ธันวาคม  พ.ศ. 2556



**ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากมีการสอบกลางภาค**
การเรียนครั้งที่  6  

วันพฤหัสบดี  ที่ 12 ธันวาคม  พ.ศ. 2556



พัฒนาการเรียน
-การเปลี่ยนแปลงในด้านทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆรวมทั้งตัวบุคคล
-ทำให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
-เด็กที่ช้ากว่าปกติ
-พัฒนาการล่าช้าเพียงด้านเดียว
-พัฒนาการล่าช้าด้านหนึ่ง
ปัจจัยที่มีต่อพัฒนาการเด็ก
-ปัจจัยทางด้านชีวภาพ
-ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด
-ปัจจัยด้านกระบวณการคลอด
-ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหลังคลอด
สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
-โรคทางพันธุกรรม
-โรคทางระบบประสาท
-การติดเชื้อ
-ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม
-ภาวะแทรกซ้อนระยะเกิด
-สารเคมี
-การเลี้ยงดูไม่เหมาะสม  รวมทั้งขาดสารอาหาร

แนวทางการวินิจฉัย เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1.การซักประวัติ
2.ตรวจร่างกาย
3.การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ
4.การประเมินพัฒนาการ
การเรียนครั้งที่ 5

วันพฤหัสบดีที่  5 ธันวาคม พ.ศ. 2556





**ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากหยุดวันพ่อแห่งชาติ**
การเรียนครั้งที่ 4

วันพฤหัสบดี  ที่ 28พฤศจิกายน  พ.ศ. 2556

เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์

                                      เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์   หมายถึง  บุคคลที่มีอารมณ์และพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากปกติเป็นอย่างมาก และปัญหาทางพฤติกรรมนั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เป็นที่ยอมรับทางสังคมส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กและผู้อื่น เป็นผลมาจากความขัดแย้งของเด็กกับสภาพแวดล้อม หรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตัวเด็กเองขาดสัมพันธภาพกับเพื่อนหรือผู้อื่น ความเก็บกดทางอารมณ์จะแสดงออกทางร่างกาย แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม
                - กลุ่มความประพฤติผิดปกติ มีลักษณะก้าวร้าว ทำร้ายผู้อื่น ต่อต้าน เสียงดัง พูดหยาบคาย
                - กลุ่มบุคคลผิดปกติ ชอบเก็บตัว ขาดความมั่นใจ กัดเล็บ เงียบเฉย ไม่พูด มองโลกในแง่ร้าย
                - กลุ่มขาดวุฒิภาวะ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับวัย สมาธิ ไม่สนใจสิ่งรอบตัว งุ่มง่าม เฉื่อยชา สกปรก ขาดความรับผิดชอบ
                - กลุ่มที่มีปัญหาทางสังคม ชอบหนีโรงเรียน หนีออกจากบ้าน คบเพื่อนไม่ดี ต่อต้านผู้มีอำนาจ ชอบเที่ยวกลางคืน       
ลักษณะของเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม
                - ก้าวร้าว ก่อกวน
                - การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
                - การปรับตัวทางสังคม เช่น  แก๊งอันธพาล  การหนีโรงเรียน
                - การทำลายสาธารณสมบัติ
                - การลักขโมย การประทุษร้ายทางเพศ

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

 การเรียนครั้งที่ 3

วันพฤหัสบดี  ที่ 21 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2556

ลักษณะความผิดปกติซึ่งจัดอยู่ในความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพนั้นมีความแตกต่างกันมากมาย ทั้งนี้เพราะเกิดจากสาเหตุที่หลากหลาย เช่น โรคสมองพิการ (Cerebral Palsy)  เกิดจากความบกพร่องทางการเจริญเติบโตของสมอง ในขณะที่ความผิดปกติของร่างกายและสุขภาพอื่นๆ อาจเกิดได้จากปัจจัยทางพันธุกรรม หรือเป็นผลจากอุบัติเหตุ 
 ความบกพร่องทางสุขภาพจะแตกต่างกันไปตามลักษณะที่ปรากฏ ดังนี้
 1.ความผิดกติของระบบประสา (Neurological conditions) ได้แก่
   - ซีพี Cerebral Palsy แขนขาลีบ เป็นอัมพาตเนื่องจากสมองพิการสองถูกทำลายก่อนคลอด ระหว่างคลอด และหลังคลอด เคลื่อนไหว พูด เดินช้ามาก
  -กล้ามเนื้ออ่อนแรง Muscular Distrophy เกิดจากเส้นประสาทสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เสื่อมสลายตัว เดินไม่ได้ นอนอยู่กับที่ พิการซ้อนในระยะหลังมีอัตราเสี่ยงต่อการสูญเสียความจำ
   -โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ Orthopedio ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการแต่กำเนิด เช่น เท้าปุก กระดูกข้อสะโพกเคลื่อน อัมพาตครึ่งท่อน เกิดจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส แบตทีเรีย กระดูกหัก ข้อเคลื่อน ข้ออักเสบ
   - โปลิโอ มีอาการกล้ามเนื้อลีบเล็ก แต่ไม่มีผลกระทบต่อสติปัญญา เกิดจากเชื้อไวรัสที่เข้าทางปาก จากการกินน้ำ กินอาหาร ส่วนมากจะเกิดที่ขามากกว่า ยืนไม่ได้ อาจช่วยด้วยอุปกรณ์เสริม อาการเริ่มแรกปวดหัว ปวดท้อง ปวดแขนปวดขาปวดหลัง ขาแข็ง แขนขาด้วนแต่กำเนิด
   - โรคกระดูกอ่อน Osteogenesis Imperfeta ร่างกายไม่สมส่วน ช่วงตัวถึงไหล่จะสั้น สะโพกลงไปถึงขาจะยาว พัฒนาช้ามากโตช้า
2.ความผิดปกติทางสุขภาพ (Health impairments) ได้แก่
  -โรคลมชัก เป็นลักษณะของความผิดปกติทางสมอง
     1. ลมบ้าหมู เมื่อเกิดอาการชักจะหมดสติและหมดความรู้สึกในขณะชักกล้ามเนื้อจะเกร็งแขนขากระตุก กัดฟัน กัดลิ้น ควรใช้ผ้าให้เด็กกัดเหมาะทีสุด
     2. การชักในช่วงเวลาสั้นๆ เป็นอาการชักชั่วระยะสั้นๆ 5-10 นาที เมื่อเกิดอาการชักเด็กจะหยุดชะงักในท่าก่อนชัก เด็กจะนั่งเฉยหรือตัวสั่นเล็กน้อย
     3. การชักแบบรุนแรง เด็กจะส่งเสียง หมดความรู้สึก กล้ามเนื้อเกร็ง เกิดขึ้นราว 2-5 นาที จากนั้นจะหายและนอนหลับไปชั่วครู่
     4. อาการชักแบบ Partial complex  เกิดอาการเป็นระยะๆ กัดริมฝีปาก ไม่รู้สึกตัว ถูตามแขนขา เดินไปมา บางคนอาจเกิดความโกรธหรือโมโห หลังชักอาจจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ และต้องการนอนพัก
     5. อาการไม่รู้ตัว อาการเกิดขึ้นในระยะสั้น ไม่รู้สึกตัว อาจทำอะรบางอย่าง โดยไม่รู้ตัว เช่น ร้องเพลง ดึงเสื้อผ้า เหม่ลอย แต่ไม่มีอาการชัก
3.เด็กที่มีความบกพร่องทางกระดูกและภาษา
     - เด็กที่พูดไม่ชัด ออกเสียงผิดเพี้ยน มีอาการผิดปกติขณะที่พูด
     1. เด็กผิดปกติด้านการออกเสียง ออกเสียงผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานของภาษาเดิม เพิ่มหน่วยเสียงเข้าในคำ โดยไม่จำเป็น ออกเสียงหนึ่งมาแทนอีกเสียงหนึ่ง
     2. ความผิดปกติด้านจังหวะเวลาของอาการพูด เช่น การพูดติดอ่าง
     3. ความผิดปกติด้านเสียง ระดับเสียง ความดัง คุณภาพของเสียง
     4. ความผิดปกติทางการพูดและภาษาอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพที่สมอง โดยทั่วไม่เรียกว่า Dysphasia
        

วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การเรียนครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดี  ที่ 14 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2556    

อาจารย์อธิบายความหมายเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Child with Special Needs)
 - เด็กพิเศษประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
    1.กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความสามารถสูง  (กลุ่มเด็กที่มีระดับสติปัญญา (IQ) ตั้งแต่ 130 ขึ้นไป)
    2.กลุ่มเด็กที่มีลักษณะบกพร่อง  กระทรวงศึกษาธิการแบ่งออกเป็น  9  ประเภท ดังนี้
         2.1.) เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา  
         2.2.) เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน  
         2.3.) เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น  
         2.4.) เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ  
         2.5) เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา  
         2.6.) เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์  
         2.7.) เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้
         2.8.)เด็กออทิสติก(รวมถึงความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้านอื่นๆ - PDDs)
         2. 9.) เด็กพิการซ้ำซ้อน